สร้าง QR Code WiFi ฟรี
ใส่ชื่อ WiFi กับรหัส แล้วได้ป้ายพร้อมพิมพ์ให้ลูกค้าสแกนต่อเน็ตเอง ไม่ต้องบอกรหัสวันละสิบรอบ รองรับทั้ง iPhone และ Android
1กรอกข้อมูล
ให้ลูกค้าสแกนแล้วต่อ WiFi ได้เลย ไม่ต้องบอกรหัสผ่าน
พิมพ์ให้ตรงตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่
2ปรับแต่งสไตล์
ตัวเลือกขั้นสูงรูปทรงป้าย · ไล่เฉดสี · ไอคอน · ความทนของลาย
ระบบเติมพื้นที่ว่างรอบ ๆ ให้ได้สัดส่วนที่เลือก — ลาย QR ไม่ถูกย่อหรือยืดเลยสักนิด
ทุกชุดผ่านเครื่องอ่านสองตัวแล้ว — เราไม่ใส่เฉดสีอ่อนให้เลือก เพราะวัดแล้วสแกนไม่ติด
เลือกชนิด QR เป็น Facebook · ไอจี · WhatsApp แล้วระบบใส่ไอคอนของแพลตฟอร์มนั้นให้เอง — ใช้เพื่อชี้ไปยังเพจของคุณเองได้ตามเงื่อนไขของเจ้าของแบรนด์ (ห้ามเปลี่ยนสีหรือดัดแปลง ระบบจึงล็อกไว้ให้)
ยังไม่มีไอคอนของ TikTok · Google Maps · LINE เพราะแต่ละเจ้าต้องขออนุญาตก่อน — ถ้าคุณมีสิทธิ์ใช้อยู่แล้ว อัปโหลดเองได้ที่ปุ่ม "เลือกรูป" ด้านล่าง
ตอนนี้ใส่กรอบอยู่ — ข้อความใช้ช่อง "ข้อความบนกรอบ" และ "ข้อความใต้กรอบ" ในส่วนแต่งกรอบด้านบนแทน จะได้ไม่มีข้อความสองชุดซ้อนกัน
3เลือกเทมเพลต
เลือกเทมเพลตสำเร็จรูปที่สวยงาม ·ดูแบบเต็ม ๆ ทั้ง 14 แบบ
เลือกแบบสำเร็จรูปตัวอย่าง QR Code
สแกนเพื่อทดสอบก่อนดาวน์โหลด
กรอกข้อมูลให้ครบ แล้ว QR Code จะขึ้นทันที
บันทึกเทมเพลต = ก็อปลิงก์ที่จำหน้าตานี้ไว้ บุ๊กมาร์กหรือส่งต่อก็ได้ลุคเดียวกัน
ตัวเลือกเพิ่มเติม
แนะนำ PNG พื้นหลังโปร่งใส ไม่เกิน 2MB — ใส่โลโก้ได้ทุกระดับกู้คืน วัดแล้วสแกนออกหมด ระดับสูงแค่ได้โลโก้ใหญ่ขึ้น
เลือกสีเข้มได้ ระบบจะวางแผ่นรองสีอ่อนใต้ลาย QR ให้เอง ลายจึงยังสแกนติดเสมอ
ต่างจากโลโก้กลาง QR ตรงที่ตัวนี้ไม่ได้บังลายเลย จึงใส่ได้โดยไม่ทำให้สแกนยากขึ้น — และไม่ติดไปกับลิงก์ที่แชร์
ข้อความจะติดไปกับไฟล์ที่ดาวน์โหลด คนที่เห็นป้ายจะรู้ว่าสแกนแล้วได้อะไร ซึ่งทำให้มีคนสแกนมากขึ้นชัดเจน
มั่นใจได้ในความปลอดภัย
สร้างในเครื่องคุณทั้งหมด ข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์
QR WiFi คือ QR ที่ฝังชื่อเครือข่ายและรหัสผ่านไว้ในลายโดยตรง สแกนแล้วมือถือต่อเน็ตให้อัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์รหัสเอง สร้างในเบราว์เซอร์คุณเอง ไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ แต่ตัวลายเองมีรหัสฝังอยู่ ใครสแกนก็ต่อเน็ตได้เหมือนกัน จึงควรใช้กับเครือข่ายลูกค้าเท่านั้น
หาชื่อและรหัส WiFi ได้จากไหน
บน Windows เปิด Command Prompt แล้วพิมพ์netsh wlan show profile name="ชื่อไวไฟ" key=clear จะเห็นทั้งระบบเข้ารหัสและรหัสผ่าน
บน Mac เปิดแอป Keychain Access ค้นหาชื่อ WiFi แล้วติ๊ก Show Password
บน iPhone ตั้งแต่ iOS 16 ดูได้ที่ ตั้งค่า → Wi-Fi → กดไอคอน i ข้างชื่อเครือข่าย → แตะช่องรหัสผ่าน
จากตัวเราเตอร์ ส่วนใหญ่มีสติกเกอร์ติดใต้เครื่องบอกชื่อและรหัสเริ่มต้นไว้
เลือกระบบเข้ารหัสอันไหน
ช่อง "ระบบเข้ารหัส" ตั้งไว้ที่ WPA / WPA2 / WPA3 ซึ่งครอบคลุมเราเตอร์ เกือบทั้งหมดที่ใช้กันทุกวันนี้ ปล่อยไว้ตามเดิมได้เลย
- WEP เลือกเฉพาะเราเตอร์เก่ามากที่ตั้งไว้แบบนั้นจริง ๆ (ไม่แนะนำให้ใช้แล้วเพราะไม่ปลอดภัย)
- ไม่มีรหัสผ่าน สำหรับเครือข่ายเปิด ระบบจะไม่ใส่รหัสลงใน QR ให้อัตโนมัติแม้คุณจะกรอกไว้
ถ้าเราเตอร์ตั้งเป็น WPA3 อย่างเดียว แล้วลูกค้าบางเครื่องต่อไม่ติด ให้เข้าไปตั้งเราเตอร์เป็นโหมดผสม WPA2/WPA3 จะเข้ากันได้กับมือถือรุ่นเก่าด้วย
รหัสที่เป็นตัวเลขล้วน เราจัดการให้แล้ว
รหัส WiFi ที่เป็นตัวเลขล้วนอย่าง 12345678 มีปัญหาคลาสสิกคือมือถือบางรุ่นตีความว่าเป็นคีย์ฐานสิบหกดิบ แล้วต่อไม่ติด ระบบของเราจะครอบค่าแบบนั้นด้วยเครื่องหมายคำพูดให้อัตโนมัติ ตามสเปกของรูปแบบ WIFI คุณจึงไม่ต้องเปลี่ยนรหัสร้านเพื่อให้ QR ทำงาน
อักขระพิเศษอย่าง ; : , " และแบ็กสแลช ก็ถูกใส่รหัสหนีให้ถูกต้องเช่นกัน กรอกตามจริงได้เลย
พิมพ์ป้าย WiFi ได้จากในหน้านี้
กดปุ่ม พิมพ์ป้าย ใต้ปุ่มดาวน์โหลด จะได้หน้ากระดาษ A5 พร้อมพิมพ์ ที่มีหัวข้อ "WiFi ฟรี" ตัว QR ขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือชื่อเครือข่ายกับรหัสผ่านเป็นตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย สำหรับลูกค้าที่เปิดโน้ตบุ๊กทำงานและสแกน QR ไม่ได้
เรื่องที่ควรอ่านก่อนเปิด WiFi ให้ลูกค้า — โดยเฉพาะการแยกเครือข่ายลูกค้า ออกจากเครือข่ายที่ร้านใช้ทำงาน และการออกแบบป้ายให้คนสแกนจริง — อยู่ที่ คู่มือ QR WiFi สำหรับร้านค้าฉบับเต็ม
และถ้าเป็นฝั่งลูกค้าที่กำลังจะต่อ WiFi ฟรีตามที่สาธารณะ ควรรู้ว่าป้าย WiFi ปลอมหน้าตาเป็นยังไง — อ่านที่สแกน QR อันตรายไหม
เครื่องมืออื่นที่น่าจะได้ใช้
คำถามที่พบบ่อย
มือถือรุ่นไหนสแกนได้บ้าง
iPhone ที่ใช้ iOS 11 ขึ้นไป และ Android 10 ขึ้นไป สแกนจากกล้องได้เลย ส่วน Android รุ่นเก่ากว่านั้นต้องใช้แอปสแกน QR ช่วย
รหัส WiFi ของผมจะรั่วไหม
ไม่ครับ QR ถูกสร้างในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ทั้งหมด ชื่อและรหัส WiFi ไม่เคยถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของเรา แต่ต้องเข้าใจว่าตัวลาย QR เองมีรหัสฝังอยู่ ใครเอาไปสแกนก็ต่อเน็ตได้ จึงควรใช้กับเครือข่ายสำหรับลูกค้าเท่านั้น
สแกนแล้วต่อไม่ได้ แก้ยังไง
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือชื่อ WiFi พิมพ์ผิด เพราะตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ต่างกันถือเป็นคนละเครือข่าย รองลงมาคือเลือกระบบเข้ารหัสผิด และเครือข่ายที่ซ่อนชื่อไว้แต่ไม่ได้ติ๊กช่อง
ควรใช้เครือข่ายเดียวกับที่ร้านใช้ทำงานไหม
ไม่ควรครับ ควรเปิด Guest Network แยกสำหรับลูกค้า เพราะถ้าใช้วงเดียวกัน อุปกรณ์แปลกหน้าหลายสิบเครื่องต่อวันจะอยู่วงเดียวกับเครื่อง POS กล้องวงจรปิด และคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลลูกค้าของคุณ